เป็นหนังซูเปอร์ฮีโรหญิงที่ทำรายรับรวมทั่วโลกไป 812 ล้านเหรียญฯ สูงสุดในการเป็นหนังฮีโรหญิง ก่อนจะถูกโค่นโดย Captain Marvel (2019) ในปีนี้ที่ทำรายได้ทั่วโลกไป 1,128 ล้านเหรียญฯ แต่ถ้าวัดกันที่รายได้เฉพาะในสหรัฐฯ ก็ถือว่าสูสี เพราะ Wonder Woman ทำไป 412 ล้านเหรียญฯ ส่วน Captain Marvel นั้นอยู่ที่ 426 ล้านเหรียญฯ

อย่างไรก็ตาม Wonder Woman ก็ถือเป็นหนังที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของจักรวาลหนังซูเปอร์ฮีโรของ DC ที่หลังจากลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาหลายเรื่อง หนังแยกเดี่ยวก็ลงตัวทั้งความชอบจากแฟน ๆ และคอหนังทั่วไป ได้รับเสียงวิจารณ์ที่ดี จนหนังฮีโรหลังจากนั้น จะแยกย้ายเดินเดี่ยวแบบไม่เกี่ยวข้องกันกับเรื่องอื่น ๆ (นำมาซึ่ง Aquaman และ Joker ในเวลาต่อมาที่ต่างประสบความสำเร็จ เป็นหนังพันล้านเหรียญฯ ทั่วโลกทั้งคู่)

หนังยังกำกับโดย Patty Jenkins ที่เป็นผู้กำกับภาคแรก ที่เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าถ้าได้กลับมาทำภาค 3 จะเลิกเล่าเรื่องที่เนื้อเรื่องอยู่แต่ในอดีตเสียที และวันเดอร์วูแมนยังคงนำแสดงโดย Gal Gadot สมทบด้วย Chris Pine (Star Trek) ที่กลับมารับบทเป็นสตีฟ เทรเวอร์ (ซึ่งแฟนหนังคงต้องไปติดตามชมในเรื่องว่า เขาฟื้นจากจุดจบในภาคแรกมาได้ยังไง?) Pedro Pascal (Narcos, The Mandalorian) ในบทแม็ก ลอร์ด Kristen Wiig (Bridesmaids) ในบทตัวร้ายหลักของเรื่องอย่างแม่เสือชีตาร์

ผู้กำกับเคยให้สัมภาษณ์ไว้ถึงการเลือกช่วงเวลายุค 80s มาเล่าในภาค 2 ว่า “ฉันเติบโตมาในยุค 80s และมันมีหน้าตาและความรู้สึกเฉพาะแบบของมันเอง มันแสดงให้เห็นด้านที่ดีที่สุดและแย่ที่สุดของมนุษยชาติในช่วงเวลานั้น และมันมีความสง่างาม เกิดดนตรีชั้นยอด เกิดสิ่งที่หรูหรา แต่อีกสิ่งก็คือการเกิดด้านที่แย่ที่สุดของมนุษย์เรา การมีวันเดอร์วูแมนดำรงอยู่ในยุคนั้นมันจะยอดเยี่ยมมาก ๆ”

หลังจากให้ฝั่ง Marvel ปล่อยตัวอย่างของฮีโรหญิงที่จะมาเป็นตัวเด็ดของหนังซูเปอร์ฮีโรในปีหน้า ฝั่ง DC Universe ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ส่งขุ่นแม่ Wonder Woman กลับมาทวงบัลลังก์ในภาค 2 ที่บอกกันชัด ๆ ในชื่อเรื่องไปเลยว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 1984 หลังจากปิดกล้องถ่ายทำกันไปเป็นปี และจะมีฤกษ์เข้าฉายเดือนมิถุนายนปีหน้า (จากกำหนดฉายเดิม พฤศจิกายนปีนี้) ซึ่งตอนนี้ค่ายหนังอย่าง Warner Brothers ก็ได้ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาแล้ว